---
title: "นิสสัน เปิดตัวแคมเปญ “Every Minute Matters” ชูจุดเด่น e-POWER ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าโดยไม่ต้องรอชาร์จ"
url: "https://autostation.com/pr-csr/nissan-every-minute-matters-e-power-campaign-2026/"
published: "2026-08-28T01:40:44.000Z"
modified: "2026-08-28T01:40:44.000Z"
author: "Varisnote"
category: "ข่าวประชาสัมพันธ์"
tags: ["นิสสัน e-POWER"]
image: "https://autostation-demo.nordtropiclabs.com/wp-content/uploads/2026/08/web-e-POWER-Horizontal_1920x1080.webp"
---

# นิสสัน เปิดตัวแคมเปญ “Every Minute Matters” ชูจุดเด่น e-POWER ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าโดยไม่ต้องรอชาร์จ

> นิสสัน ประเทศไทย หยิบยกอินไซต์ผู้บริโภคที่กังวลเรื่องสถานีชาร์จ เปิดตัวแคมเปญใหม่ตอกย้ำเทคโนโลยี e-POWER ที่มอบประสบการณ์การขับขี่แบบรถยนต์ไฟฟ้า พร้อมชูแนวคิด “ชีวิตไปต่อ ไม่ต้องรอชาร์จ”

นิสสัน ประเทศไทย เปิดตัวแคมเปญ “Every Minute Matters – ทุกนาทีมีค่า” ซึ่งระบุว่า ความพร้อมของสถานีชาร์จและระยะเวลาที่ใช้ในการชาร์จไฟ ยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ผู้บริโภคใช้พิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้า นิสสันจึงนำข้อจำกัดด้าน “เวลา” มาเป็นแกนหลักในการสื่อสาร เพื่อให้ผู้ใช้รถได้ทบทวนถึงเวลาที่สามารถนำไปทำกิจกรรมอื่นได้ หากไม่ต้องสูญเสียไปกับการรอชาร์จ

![](https://autostation-demo.nordtropiclabs.com/wp-content/uploads/2026/08/web-Nissan_Every-Minute-Matters-2.webp)

**การทำงานของเทคโนโลยี e-POWER** แคมเปญนี้เน้นย้ำถึงกลไกของ Nissan e-POWER ซึ่งมีความแตกต่างจากรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) ระบบ e-POWER จะใช้เครื่องยนต์เบนซินทำหน้าที่เป็นเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้า และใช้มอเตอร์ไฟฟ้าในการขับเคลื่อนล้อแบบ 100% รูปแบบนี้ช่วยให้ผู้ขับขี่ได้รับความนุ่มนวลและอัตราเร่งเทียบเท่ารถยนต์ไฟฟ้า โดยตัดข้อจำกัดเรื่องการหจอดรถเพื่อเสียบปลั๊กชาร์จไฟออกไป

![](https://autostation-demo.nordtropiclabs.com/wp-content/uploads/2026/08/web-Nissan_Every-Minute-Matters-1.webp)

**วิสัยทัศน์และการสื่อสารแคมเปญ** มาซาโอะ สึสึมิ ประธานนิสสัน ประเทศไทย และอาเซียน ระบุว่า เทคโนโลยีควรเป็นสิ่งที่ช่วยให้ผู้คนใช้เวลาในแต่ละวันได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด การลดเวลาในการรอชาร์จไฟ หมายถึงการเพิ่มเวลาให้กับเรื่องสำคัญอื่นๆ ในชีวิต

ปัจจุบัน นิสสันได้เริ่มสื่อสารแนวคิด “ชีวิตไปต่อ ไม่ต้องรอชาร์จ” ผ่านสื่อโฆษณานอกบ้านแบบดิจิทัล (DOOH) ในหลายพื้นที่ทั่วกรุงเทพฯ และมีแผนที่จะขยายการสื่อสารผ่านกิจกรรมและช่องทางอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อเชื่อมโยงจุดเด่นของเทคโนโลยีเข้ากับสถานการณ์การใช้ชีวิตจริงของผู้บริโภค
