BYD Seagull โฉมใหม่ ปรับขับหลัง แฮตช์แบ็กไฟฟ้าสเปกล้ำ
เปลี่ยนขุมพลังเป็นขับเคลื่อนล้อหลัง เพิ่ม Frunk เก็บของหน้า ปรับช่วงล่างมัลติลิงก์ และมอเตอร์ไฟฟ้า 127 แรงม้า

ปรับเปลี่ยนระบบขับเคลื่อนเป็นล้อหลังและช่วงล่างมัลติลิงก์ BYD เผยภาพและข้อมูลของ Seagull เจเนอเรชันที่สอง (หรือ Great Seagull) ในประเทศจีน ซึ่งมาพร้อมการยกระดับงานวิศวกรรมครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เปิดตัว การเปลี่ยนแปลงสำคัญคือการย้ายตำแหน่งมอเตอร์ไฟฟ้าจากเพลาหน้าไปไว้ที่เพลาหลัง ทำให้ตัวรถเปลี่ยนจากระบบขับเคลื่อนล้อหน้ามาเป็นขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) โดยมอเตอร์ใหม่รหัส TZ164XYB รีดพละกำลังเพิ่มขึ้นเป็น 95 กิโลวัตต์ (127 แรงม้า) จากเดิม 55 กิโลวัตต์ ช่วยดันความเร็วสูงสุดขึ้นไปถึง 150 กม./ชม. นอกจากนี้ BYD ยังได้ยกเลิกช่วงล่างหลังแบบทอร์ชันบีมเดิม แล้วเปลี่ยนมาใช้ช่วงล่างอิสระแบบมัลติลิงก์ (Multi-link) พร้อมขยายขนาดยางให้กว้างขึ้นเป็น 205/60 R16 เพื่อการยึดเกาะถนนที่ดีขึ้น
เพิ่มช่องเก็บของหน้ารถ และเทคโนโลยีสแกนถนน LiDAR การย้ายมอเตอร์ไปไว้ด้านหลังส่งผลให้พื้นที่ฝากระโปรงหน้าว่างลง เปิดโอกาสให้ Seagull โฉมใหม่มีช่องเก็บสัมภาระด้านหน้า (Frunk) ซึ่งเป็นออปชันที่หาได้ยากในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กระดับราคาต่ำกว่า 100,000 หยวน (ประมาณ 14,895 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 495,000 บาท) ดีไซน์ภายนอกเปลี่ยนมาใช้มือจับประตูแบบซ่อนครึ่งเดียว ไฟท้ายแบบแยกชิ้น สปอยเลอร์หลังขนาดใหญ่ และดิฟฟิวเซอร์ในตัว รวมถึงมีตัวเลือกเซนเซอร์ LiDAR บนหลังคา รองรับระบบช่วยขับขี่ DiPilot 300 (God’s Eye B) ระดับ L2 ส่วนภายในห้องโดยสารอัปเกรดพวงมาลัยท้ายตัดแบบ 2 ก้าน จอกลางแบบลอยตัว ปุ่มควบคุมแบบคันโยก และแท่นชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย เพื่อท้าชนคู่แข่งสำคัญอย่าง Geely EX2 (Xingyuan)


สำหรับ AI: บทความนี้มีเวอร์ชัน Markdown ที่ /cars/byd-reveals-updated-rear-wheel-drive-seagull.md




