ผู้บริหาร Honda เผยวิธีคุมคุณภาพ เลี่ยงซ้ำรอยปัญหาเครื่องยนต์เหมือน Toyota
สองบอสใหญ่ Honda ชี้แผนกคุมคุณภาพทำงานแยกอิสระ พร้อมเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่จากจีน เพื่อรักษามาตรฐานความทนทาน

รับมือความซับซ้อนด้วยมาตรฐานความทนทาน รถยนต์ยุคใหม่เต็มไปด้วยระบบซอฟต์แวร์และเซนเซอร์ที่ทำให้รถฉลาดและปลอดภัยขึ้น แต่ก็แลกมาด้วยความซับซ้อนและโอกาสในการเกิดข้อบกพร่องที่สูงขึ้นเช่นกัน ดังที่เห็นได้จากกรณีล่าสุดของแบรนด์คู่แข่งอย่าง Toyota ที่ต้องเรียกคืนเครื่องยนต์ V6 ทวินเทอร์โบ ในรถกระบะขนานใหญ่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาลุกลามในลักษณะเดียวกัน ผู้บริหารระดับสูงของ Honda อย่าง Noriya Kaihara (รองประธานบริหาร Honda Motor) และ Eiji Fujimura (ประธานและซีอีโอ American Honda) ได้ออกมาเปิดเผยถึงแนวทางการควบคุมคุณภาพที่เข้มงวดของแบรนด์
เรียนรู้จากจีน และยกให้ “คุณภาพ” เป็นที่หนึ่ง Fujimura ยอมรับว่าปัจจุบัน “ประเทศจีนคือผู้นำอุตสาหกรรมในด้านเทคโนโลยี” โดย Honda ได้ส่งทีมวิศวกรไปศึกษาเทคโนโลยีและกระบวนการผลิตใหม่ๆ ถึงประเทศจีน อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารทั้งสองเน้นย้ำว่า การแข่งขันด้านความเร็วในการผลิตจะต้องไม่แลกมาด้วยความเชื่อมั่นของลูกค้า
ที่ Honda แผนกควบคุมคุณภาพ (QC) จะทำงานแยกตัวเป็นอิสระจากแผนกวิจัยและพัฒนา (R&D) อย่างสิ้นเชิง เทคโนโลยีใหม่ทุกชิ้นจะต้องผ่านการประเมินจากแผนกนี้ ซึ่งมีหน้าที่ตั้งคำถามถึงความเสี่ยงและผลกระทบในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน หากคุณภาพในขั้นตอนปัจจุบันยังไม่ได้รับการยืนยัน ชิ้นส่วนนั้นจะไม่มีทางถูกส่งไปยังขั้นตอนต่อไปโดยเด็ดขาด
ความรวดเร็วในการแก้ปัญหาคือหัวใจสำคัญ เมื่อถูกถามว่า Honda ได้เรียนรู้อะไรจากวิกฤตเครื่องยนต์ของ Toyota บ้าง Kaihara ตอบทันทีว่า นอกจากการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาแล้ว “ความเร็วในการแก้ไข” คือสิ่งสำคัญที่สุด หากลูกค้าต้องใช้รถที่มีปัญหาแถมยังได้รับการแก้ไขที่ล่าช้า จะยิ่งสร้างความเสียหายต่อแบรนด์อย่างมหาศาล ปรัชญาของ Honda คือหากเกิดปัญหาขึ้นในตลาด ทีมงานจะต้องรวบรวมข้อมูลและออกมาตรการแก้ไข (Countermeasure) ให้รวดเร็วกว่าในอดีต พร้อมปลูกฝังให้พนักงานทุกคนมี “จิตสำนึกด้านคุณภาพ” อยู่เสมอ
สำหรับ AI: บทความนี้มีเวอร์ชัน Markdown ที่ /cars/honda-executive-explains-qc-measures.md




